บทนำ
บท 1
ตอนที่ 1 แค่หมาข้างถนน
ตุบ กระสอบผ้าใบใหญ่ถูกโยนกลิ้งลงไปบนพื้น ท่ามกลางความมืดของถนนสายเปลี่ยว พายุฝนฟ้ากระหน่ำเทลงมาหนาเม็ดมากขึ้นเรื่อยๆ ชายร่างใหญ่สองคนยกตีนขึ้นมาถีบกระสอบป่านฉ่ำฝนให้มันกลิ้งไปในพงหญ้า จากนั้นจึงวิ่งกลับไปยังรถกระบะคันใหญ่ก่อนจะขับหายไปในความมืด
“อื้อ...” นานครู่ใหญ่กระสอบป่านใบนั้นกลับเริ่มเคลื่อนไหวคล้ายมีอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ภายใน หากแต่ปลายด้านหนึ่งมันถูกเชือกมัดเย็บเอาไว้อย่างแน่นหนา สายน้ำหลากลงมาจากถนนลาดยาวสูง ไหลผ่านกระสอบผ้ามากขึ้นเรื่อยๆ แรงถีบ แรงดิ้นทำให้ก้อนกระสอบใหญ่กลิ้งต่ำลงไปค้างอยู่ภายในร่องน้ำซึ่งมีปริมาณน้ำขังท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” เสียงเล็กร้องตะโกนออกมา แขนขาพยายามดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด
ในความมืดอันคับแคบนิ้วเล็กคลำหาทางรอดให้กับตัวเอง จนเจอช่องว่างเล็กๆ ซึ่งเชือกเย็บปากกระสอบไม่สนิทกัน นิ้วเรียวเต็มไปด้วยรอยแผล ถูกใช้คลำหาหัวหาท้ายแล้วพยายามฉีกทึ้งดึงปากกระสอบหยาบให้เปิดกว้างออก
ร่างเปลือยไร้อาภรณ์ผ้าผ่อนปกปิดยืนสั่นตัวซีดอยู่ท่ามกลางสายฝนด้วยความมึนงงจับทิศจับทางจดจำเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้แม้แต่ภาพเดียว แขนขาเต็มไปด้วยร่องรอยเขียวช้ำดำม่วง โหนกแก้ม ซีกหน้า ปาก จมูกเหมือนถูกทุบตีทารุณมาอย่างหนัก
“ช่วยด้วย...” ฝ่าเท้าเปลือยย่ำลงไปบนหินแหลม แขนสองข้างยันค้ำไปบนทางลาดซึ่งมีน้ำฝนหลากเทลงมาราวกับน้ำตกขนาดย่อม
“ช่วยด้วย” ดวงตาปูดโปนจนเกือบปิด มองเห็นไฟสว่างสองดวงกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ แขนซ้ายสั่นยืนยาวออกไปเบื้องหน้าร้องหาความช่วยเหลือ หากแต่รถใหญ่ขับผ่านร่างเปลือยริมถนนไปราวกับเห็นเขานั้นเป็นเพียงต้นหญ้าริมทางอันไร้ความหมาย
“นั่นมันอะไรกัน...” ปลายเท้าใหญ่เหยียบเบรกก่อนจะหันไปมองกระจกข้างเพื่อต้องการดูให้ชัดว่าร่างขาวเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพลวงตา
“ถอยรถกลับไป” เสียงขรึมร้องสั่งมาจากเบาะคนนั่งด้านข้าง
“มันไม่อันตรายเกินไปหรือครับ คุณเปลว” คนขับรถเอี้ยวหน้าหันไปมองด้านข้าง
“นายพกปืนมาหรือเปล่า” มือหยาบล้วงต่ำลงไปใต้เบาะจากนั้นดึงวัตถุสีดำด้านออกมาจากข้างใต้ชักสำรวจตรวจดูจำนวนกระสุนซึ่งบรรจุอยู่ด้านในแล้วใส่กลับเข้าที่เดิม
“ครับ” มือข้างหนึ่งปรับเบาะเลื่อนถอยหลังเปิดช่องใต้ฝ่าเท้าดึงวัตถุสีดำขึ้นมาถือในมือเช่นกัน
“แล้วจะกลัวอะไร...ถอยหลังไป”
ร่างสั่นยืนมองไปยังไฟท้ายสีแดงอย่างมีความหวัง จนกระทั่งเห็นมันจอดสนิทห่างออกไป เท้าเล็กเต็มไปด้วยรอยแผลค่อยๆ ขยับไปข้างหน้าอย่างยากลำบาก ถึงอย่างนั้นยังไม่ลืมก้มลงไปหยิบกระสอบป่านขึ้นมาใช้มันปกปิดร่างเปลือยให้พ้นตาของคนแปลกหน้า กระจกสีทึบถูกเคลื่อนมาหยุดอยู่ด้านข้างร่างเล็ก ดวงตาคมจับนิ่งมองใบหน้าขาวซีดบวมเป่ง ก่อนที่สันกรามเกร็งจะถูกบดขบขยี้อยู่ภายใน
“นั่นมัน....”
“เธอมายืนทำอะไรตรงนี้” กระจกรถถูกลดระดับให้ต่ำลง สายตามองไล่ตั้งแต่ปลายเส้นผมลงไปจนถึงปลายเล็บเท้า
“ช่วยด้วย...” มือเล็กพุ่งมาเกาะขอบกระจก
“เธอมาที่นี่ได้ยังไง”
“ไม่รู้ ช่วยผมด้วย” แววตาหวาดกลัวกวาดมองไปรอบด้าน ริมฝีปากบางสั่นจนได้ยินเสียงกระดูกฟันกระทบกันดังกึกๆ
เจ้าของร่างสูงเปิดประตูลงมาพร้อมกับร่มคันใหญ่ในมือ สายตาเยาะกับรอยยิ้มหยันเหยียดยกขึ้นตรงมุมปาก เปลือกตาหลุบลงมองร่างขาวอย่างใจเย็น รองเท้าบูทคู่ใหญ่ขยับเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะกระชากดึงกระสอบป่านใบหนาให้พ้นไปจากสายตา
"หึ..." เสียงหัวเราะเยาะคำรามดังมาจากลำคอ
“ช่วยผมด้วย” มือเล็กเลื่อนต่ำถูกใช้ปิดบังอวัยวะเล็กส่วนล่าง
“เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบทิศ ท่ามกลางสายฝนและความมืดนั้นเขาไม่เห็นสิ่งผิดปกติอื่นใด ไม่มีใครนอกจากชายหนุ่มในร่างเปลือย
“ผมไม่รู้...”
“ถ้าอย่างนั้น...ใครทำร้ายเธอ” คิ้วเข้มกระตุกเข้าหากัน ขณะเดินวนรอบร่างสั่นอย่างช้าๆ สายตาสำรวจร่องรอยการถูกทรมานเห็นเป็นหลักฐานชัดเจนทั่วร่างกาย
“ผมไม่รู้”
“เธอไม่รู้...ว่าใครทำร้ายอย่างนั้นหรือ” มือหยาบเลื่อนดึงใบหน้าเล็กให้หันกลับไปหา สายตาสำรวจร่องรอยเขียวช้ำ แตกบวมบนใบหน้าก่อนจะขยี้ปลายนิ้วหัวแม่มือลงไปตรงโหนกแก้ม ซึ่งมันปูดโปนปริจนแตกนั้นอย่างจงใจ
“อ๊าก...เจ็บ” มือบางยกขึ้นมากำรวบข้อมือใหญ่ ก่อนจะเอนใบหน้าตัวเองถอยออกมาให้ห่าง
“เฮอะ เจ็บอย่างนั้นหรือ คนอย่างเธอ...เจ็บเป็นเหมือนกันหรือ” แขนยาวคว้าท้ายทอยเล็กบีบไว้จนเต็มกำมือ ข้อมือแกร่งกดศีรษะนั้นให้ก้มต่ำ ก่อนจะใช้ปลายนิ้วควานขยี้ไปตามกลุ่มผมเปียกแฉะเหมือนพยายามตอกย้ำความเชื่อของตัวเอง
“โอ๊ย เจ็บปล่อยนะ” คนตัวเล็กร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด เมื่อนิ้วแข็งขยี้ลงไปถูกแผลใหญ่ใต้หนังหัว เขารับรู้ได้ทันทีว่ามีบาดแผลฉกรรจ์ซุกซ่อนอยู่ใต้เรือนผมฉ่ำน้ำฝนนั้น อันอาจเป็นสาเหตุทำให้ความจำเจ้าของมันเลือนหายไป
“เฮอะ...” ลมหายใจก้อนหนึ่งกระแทกออกมาทางช่องอก
“ปล่อย...ผมเจ็บ”
“ชื่ออะไร” มือหยาบคว้าขากรรไกรกดบีบกรอบคางเรียวไว้ในอุ้งมือ
“เจ็บ”
“ฉันถามว่าเธอ....ชื่ออะไร”
“ชื่อ...ชื่อ...ชื่อ...ผมชื่อ...” เปลือกตาบวมปิดลงพร้อมกับคิ้วเล็กๆ วิ่งเข้าหากันเหมือนพยายามคาดคั้นเค้นสมองนึกชื่อตัวเอง
“จำชื่อตัวเองไม่ได้อย่างนั้นหรือ”
“ชื่อผม...” มือเรียวกำแน่นถูกยกขึ้นมาทุบหัวตัวเองหนักๆ หลายที โดยมีรอยยิ้มพึงพอใจของผู้ชายตัวสูงใหญ่อยู่เบื้องหน้า
“เอาอย่างนี้ดีมั้ย...ถ้าเธอจำชื่อตัวเองไม่ได้ ฉันจะตั้งให้ใหม่ หลงทาง...หลงลืม เอาเป็นชื่อ...หลง หึ ชื่อนี้ดีนะเหมือนหมาข้างถนนดี” มุมปากกระตุกสูงกับสายตาเหยียดมองไปยังใบหน้าช้ำ
“ชื่อผมเหรอ”
“ใช่....ไอ้หลง...ฉันจะเมตตาพาเธอกลับไปเลี้ยงที่บ้าน แบ่งข้าว แบ่งน้ำ ให้พอประทังชีวิต”
“ไอ้หลงเหรอ...ผมชื่อหลงเหรอ” ตาลอยเพราะขาดความจำ มองสูงขึ้นไปสบตากับคนที่ตั้งชื่อให้
“ใช่ต่อไปนี้เธอชื่อหลง...ขึ้นรถ ฉันจะพากลับบ้าน”
“หลง...ผมชื่อหลง” ร่างสะบักสะบอมไร้ผ้าผ่อน พยายามยกขาก้าวขึ้นไปบนกระบะด้านหลังอย่างทุลักทุเล ก่อนจะถูกท่อนแขนใหญ่รวบแล้วเหวี่ยงขึ้นไปกองบนพื้นแข็งเสียงดังโครม เพราะรู้สึกรำคาญตาท่าทางอ่อนแอ
ความเร็วของรถใหญ่ทำให้สายฝนที่ร่วงหล่นตกลงมาจากฟ้าคมราวกับเกล็ดกระจก ยามเมื่อมันตกกระทบลงบนผิวกาย ซ้ำร้ายสายลมหนาวในยามค่ำที่พัดมากรีดผิวจนเจ้าของร่างเปลือยต้องเลื้อยตัวลงไปนอนราบบนพื้นต่ำ
“คุณเปลว...จะไม่เป็นอะไรแน่หรือครับ...ทำกับคุณ....เอ่อ”
“ต่อไปนี้...มันชื่อหลง คนอย่างมันไม่ตายง่ายๆ หรอก”
“ตื่น ตื่นได้แล้ว” ฝ่าเท้าหนักเหยียบลงบนท่อนอกบาง จากนั้นลงน้ำหนักแกว่งร่างเล็กขยับเขย่าไปมา
“หื้อ” เปลือกตาสีม่วงช้ำค่อยๆ เปิดขึ้นทีละน้อย
“จะนอนไปถึงเมื่อไหร่ ลุกขึ้นมาแล้วหัดทำตัวให้มีประโยชน์” หลังเท้าช้อนลงไปใต้ท้ายทอย เกี่ยวเอาคนที่นอนขดอยู่ตรงมุมห้องให้ลุกขึ้นมา ริมฝีปากซีดจนเกือบเขียวเจ่อบวมเผยอขยับคล้ายต้องการพูดอะไรบางอย่าง หากแต่ต้องหุบกลับเพราะถูกหลังเท้าและนิ้วหัวแม่เท้าใหญ่แตะลงน้ำหนักผลักหน้าให้หันซ้าย หันขวาก่อนจะช้อนหลังเท้าแตะปลายคางยกใบหน้าช้ำให้เงยสูง
“อย่าสำออย ลุกขึ้นมา”
“มือไม่มีหรือไง” มือเล็กปัดเท้าใหญ่ออกไปจากใบหน้าตัวเอง
“ฉันไม่อยากให้มือของฉัน...แตะต้องของสกปรก ลุกขึ้น!”
แสงสว่างของช่วงเวลากลางวันทำให้คนความจำสูญหายเห็นว่า คนใจร้ายในคราบคนใจดีที่ช่วยเหลือตัวเองมานั้นนอกจากรูปร่างหน้าตาที่ดีแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรเหมือนคนอีก นั่นเพราะคนใจดำโยนเศษกางเกงเก่าขาดๆ กับเสื้อยืดชื้นเชื้อรามาให้สวม ก่อนจะชี้นิ้วสั่งให้ลงไปทำความสะอาดลานกว้างซึ่งเป็นสวนและสนามหญ้า ที่เวลานี้เต็มไปด้วยเศษกิ่งไม้ ใบไม้และดินโคลนเพราะถูกพายุถล่มหนักเมื่อคืน
“เก็บกวาดให้สะอาด”
“ทำไมผมต้องทำ” ใบหน้าช้ำหันมองไปรอบตัว พยายามรื้อฟื้นความจำสีดำมืดในหัวแต่ไม่เป็นผล
“เพราะฉันช่วยชีวิตเธอมาจากข้างถนน อีกอย่างต่อไปนี้...เธอมีหน้าที่ทำงานบ้าน แลกข้าว แลกน้ำ แลกกับเสื้อผ้าและชายคาบ้านฉันที่จะให้เธอซุกหัวนอน...ไปทำงาน”
เจ้าของร่างช้ำเดินก้มหน้ามองต่ำ หยิบไม้กวาดทางมะพร้าวขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะค่อยๆ ใช้มันกวาดใบไม้สดที่ถูกลมพัดร่วงหักตกลงมาเกลื่อนพื้น น่องสีม่วงช้ำกับตาตุ่มบวมถูกลากเดินไปทั่วสวน ก่อนที่มือสั่นจะค่อยๆ กอบเก็บเศษกิ่งไม้เล็กๆ ยัดใส่ลงไปในถุงปุ๋ยสีขาวแทนถุงขยะ
“นี่มื้อเช้าของเธอ หมาหลง...” ก้อนข้าวเหนียวปั้นเล็กขนาดครึ่งกำมือถูกยื่นมาให้ตรงหน้า
“มื้อเช้าหรือ”
“ปกติฉันให้อาหารหมาวันละสองมื้อเช้ากับเย็น เธอกินพร้อมหมาของฉันก็แล้วกัน ฉันจะได้จำง่ายๆ”
“แต่ผมไม่ใช่หมาสักหน่อย” ก้อนข้าวเหนียวสีขาวถูกขว้างคืนกลับไป คนที่จดจำอะไรไม่ได้เลย ยกมือขึ้นมาขยุ้มหัวตัวเองอย่างอึดอัด
“ที่นี่...ชีวิตของเธอมีค่าแค่นั้น” รองเท้าคู่ใหญ่เหยียบลงไปบนก้อนข้าวเหนียว จากนั้นฝ่าเท้าถูกยกขึ้นมาเพื่อปาดเช็ดพื้นเรียบเพื่อเขี่ยสิ่งที่เหนียวติดพื้นรองเท้าให้หลุดออก ข้าวเหนียวก้อนเมื่อครู่ถูกขยี้บี้ติดไปบนพื้นเละเป็นรอยพื้นรองเท้าแข็ง
“วันนี้...อาหารหมาของฉันหมดแล้ว เสียใจด้วยนะ”
บทล่าสุด
#43 บทที่ 43 เพียงคุณเท่านั้น (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#42 บทที่ 42 มีความสุขทุกวัน
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#41 บทที่ 41 เริ่มต้นใหม่
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#40 บทที่ 40 จบเกม
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#39 บทที่ 39 เลือกแล้ว
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#38 บทที่ 38 ผู้มาเยือน
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#37 บทที่ 37 วางแผน
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#36 บทที่ 36 92 ดีกรี
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#35 บทที่ 35 ความเชื่อใจ
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026#34 บทที่ 34 ความสัมพันธ์
อัปเดตล่าสุด: 7/10/2026
คุณอาจชอบ 😍
คลั่งรักเมียแต่ง
คำโปรย
เมื่อเขาและเธอต้องมาอยู่ร่วมบ้านหลังเดียวกันในฐานะสามีภรรยา เขาเป็นคนพูดน้อยแถมยังดุ จึงทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและน้อยใจอยู่บ่อยๆ
แนะนำตัวละคร
ภูวดล หรือ คุณภูมิ อายุ 32 ปี
เจ้าของสวนองุ่นขนาดใหญ่ เขาหล่อ ทำงานเก่ง พูดน้อย ดุ ชอบทำหน้าเข้ม จนเธอรู้สึกอึดอัด
รัตติกาล หรือ เจ้าขา อายุ 23 ปี
ลูกสาวร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด เธอสวย แต่งตัวแซ่บ ขี้น้อยใจ ชอบคิดเองเออเอง เพราะความอกหักจึงทำให้เธอเลือกที่จะประชด ตกลงรับคำแต่งงานกับใครที่ไหนก็ไม่รู้จัก ที่ผู้ใหญ่หาให้
@@@@@@
โรมานซ์ ฟีลกู๊ดเหมือนเดิม ไม่นอกกาย ไม่นอกใจ แต่เรื่องนี้พระเอกดุหน่อยนะคะโปรดทำใจก่อนอ่าน (แนวบ้านนอก)
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
เมื่อฉันทะลุมาเป็นบอดี้การ์ดสาวของนายมาเฟียจอมโหด!
..................................................................
พระเอก: ราฟาเอล มิลเลอร์
มาเฟียหน้าหล่อ แต่นิสัยโหด ไม่เคยได้รับบาดแผลใจอะไรในวัยเด็ก แต่กลับมีนิสัยบิดเบี้ยวอันน่ากลัว เพราะความทะนงตัวทำให้อยากได้อะไรก็ต้องได้ ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ ใครกล้าขัดใจมีอันต้องอันตรธานหายไปจากสายตา สุขุม ซ่อนความใจร้อนไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง แค่เพียงปรายตามองก็ทำเอาคนหายใจแทบไม่ออก
นางเอก: เกรซ โคปา (สีน้ำ)
บอดี้การ์ดสาวสวยฝีมือดี ถูกลักพาตัวมาฝึกเป็นทหารตั้งแต่เด็ก ถูกสอนให้ใช้อาวุธ เรียนศิลปะป้องกันตัว เรียนรู้การอารักขา และลอบฆ่า
นิสัย (เดิม) เงียบขรึม จริงจัง ทะเยอทะยาน
..................................................................
เรื่องย่อ
สีน้ำทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่อ่านอย่างเอาเป็นเอาตายหลังจากสอบเข้ามหาลัยเสร็จหมาด ๆ นิยายเรื่องที่เธออ่านก็คือ 'กรงขังของนายมาเฟีย' นิยายอีโรติกสิบแปดบวกที่พระเอกเป็นมาเฟียจอมยึดติด ราฟาเอล มิลเลอร์ มาเฟียจอมโหดเขาหลงรักนางเอกที่เป็นคนธรรมดา เขาถูกใจในหน้าตาสะสวยของนางเอกของเรื่องอย่าง นาตาลี ตั้งแต่แรกเห็น เขาตกหลุมรักนางเอกในเรื่องอย่างนาตาลีแบบหัวปักหัวปำ แต่เลือกที่จะเข้าหาอีกฝ่ายด้วยวิธีผิด ๆ ซึ่งตัวละครที่สีน้ำทะลุเข้ามาสวมร่างไม่ใช่นางเอก แต่ทว่ากลับเป็นนางร้าย!
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
พันธะร้ายท่านประธานปล้นรัก
เขาคือผู้ชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ และเป็นผู้ชายคนเดียวกันที่เธอเชื่อว่า…เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี
แปดปีก่อน อธิชาเดินออกจากชีวิตชยุตม์ด้วยน้ำตา ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ว่า “เราไม่เหมาะกัน”
โดยไม่รู้เลยว่า ผู้ชายที่เธอคิดว่าไร้หัวใจ ไม่เคยหยุดตามหาเธอแม้แต่วันเดียว
แปดปีต่อมา เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง
ไม่ใช่ในฐานะคนรัก แต่ในฐานะ “ลูกหนี้”และเขา…คือเจ้าหนี้คนเดียวที่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตเธอ
“แต่งงานกับฉันสามปี แล้วหนี้ทั้งหมดของครอบครัวเธอจะจบลง”
ข้อเสนอของชยุตม์เย็นชา ร้ายกาจ และไร้ทางถอย อธิชาจึงต้องยอมสวมแหวนของผู้ชายที่เธอเกลียด ยอมเป็นภรรยาตามสัญญาของท่านประธานผู้ขึ้นชื่อว่าเพลย์บอยที่สุดในวงการธุรกิจ
เขามีข่าวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ยิ้มเก่ง หว่านเสน่ห์เก่ง ปากร้าย และทำให้เธอเจ็บได้ทุกครั้งที่เข้าใกล้ แต่ในคืนที่เธอกลัว เขากลับนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูทั้งคืนในวันที่ครอบครัวเธอล้ม เขากลับเป็นคนยื่นมือมาช่วยโดยไม่เคยเอ่ยความดีและในวันที่เธอพยายามเกลียด เขากลับทำให้หัวใจเธอทรยศตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!













